ฟุตบอลทีมชาติไทย
| ฉายา | ช้างศึก | ||
|---|---|---|---|
| สมาคม | สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ | ||
| สมาพันธ์ย่อย | สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) | ||
| สมาพันธ์ | สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (ทวีปเอเชีย) | ||
| หัวหน้าผู้ฝึกสอน | แอนโทนี ฮัดสัน | ||
| กัปตัน | ชนาธิป สรงกระสินธ์ | ||
| ติดทีมชาติสูงสุด | เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (134) | ||
| ทำประตูสูงสุด | เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (71) | ||
| สนามเหย้า | ราชมังคลากีฬาสถาน | ||
| รหัสฟีฟ่า | THA | ||
|
| |||
| อันดับฟีฟ่า | |||
| อันดับปัจจุบัน | 93 | ||
| อันดับสูงสุด | 43 (กันยายน พ.ศ. 2541) | ||
| อันดับต่ำสุด | 165 (ตุลาคม พ.ศ. 2558) | ||
| เกมระดับนานาชาติครั้งแรก | |||
(กรุงเทพ ประเทศไทย; 20 สิงหาคม พ.ศ. 2491)[2] | |||
| ชนะสูงสุด | |||
(กรุงเทพ ประเทศไทย; 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2514) (ฮานอย ประเทศเวียดนาม; 8 ธันวาคม พ.ศ. 2567) | |||
| แพ้สูงสุด | |||
(เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย; 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499) | |||
| เอเชียนคัพ | |||
| เข้าร่วม | 9 (ครั้งแรกใน 1972) | ||
| ผลงานดีที่สุด | อันดับที่ 3 (1972) | ||
| ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน | |||
| เข้าร่วม | 14 (ครั้งแรกใน 1996) | ||
| ผลงานดีที่สุด | ชนะเลิศ (1996, 2000, 2002, 2014, 2016, 2020, 2022) | ||
ฟุตบอลทีมชาติไทย เป็นตัวแทนของประเทศไทยในการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศ อยู่ภายใต้การบริหารของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ทีมชาติไทยเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 7 สมัย และซีเกมส์ 9 สมัย (นับเฉพาะทีมชาติชุดใหญ่) ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด และในการแข่งขันระดับทวีป ทีมชาติไทยมีผลงานดีที่สุดคืออันดับ 3 ในเอเชียนคัพ 1972 ในฐานะเจ้าภาพ และคว้าชัยชนะได้เป็นครั้งแรกในเอเชียนคัพ 2007 และผ่านรอบแบ่งกลุ่มครั้งแรกในเอเชียนคัพ 2019 โดยรวมแล้วเคยเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนคัพ 8 ครั้ง นอกจากนี้ ทีมชาติไทยยังคว้าอันดับ 4 ในเอเชียนเกมส์ 2 ครั้งในเอเชียนเกมส์ 1990 และ 1998 และเข้าร่วมโอลิมปิกฤดูร้อน 2 ครั้ง และยังไม่เคยเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย มีผลงานที่ดีที่สุดคือการผ่านเข้าถึงรอบคัดเลือกรอบที่ 3 ใน พ.ศ. 2545 และ 2561
ประวัติ
[แก้]| พ.ศ. | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 2459 | ก่อตั้ง |
| 2468 | เข้าร่วมฟีฟ่า |
| 2500 | เข้าร่วมเอเอฟซี |
| 2537 | เข้าร่วมเอเอฟเอฟ |
ก่อตั้งทีม (2458–2482)
[แก้]ฟุตบอลทีมชาติไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2458 ในนาม คณะฟุตบอลสำหรับชาติสยาม[3] โดยนักฟุตบอลทีมชาติสยาม 11 คนแรก มีรายชื่อดังนี้ อิน สถิตยวณิช (ผู้รักษาประตู) – แถม ประภาสะวัต, ต๋อ ศุกระศร, ภูหิน สถาวรวณิช (กองหลัง) – ตาด เสตะกสิกร, กิมฮวด วณิชยจินดา (กองกลาง) – หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร, ชอบ หังสสูต, โชติ ยูปานนท์, ศรีนวล มโนหรทัต, จรูญ รัตโนดม (กองหน้า) และลงเล่นในการแข่งขันอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรกพบกับทีมสปอร์ตคลับฝ่ายยุโรปซึ่งใช้นักเตะอังกฤษทั้งหมด โดยแข่งขันกันที่สนามราชกรีฑาสโมสร ในวันที่ 20 ธันวาคม 2458 ซึ่งทีมชาติสยามเอาชนะไปได้ 2–1 จากชัยชนะดังกล่าวทำให้กระแสความสนใจในกีฬาฟุตบอลในสยามประเทศเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ กระทั่งวันที่ 25 เมษายน 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งสยามฯ ขึ้นอย่างเป็นทางการพร้อมทั้งตราข้อบังคับสมาคมฯ และแต่งตั้งคณะสภากรรมการชุดแรก ประกอบด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ 7 ท่าน โดยมีพระยาประสิทธิ์ศุภการ เป็นนายกสภาฯ[4] และพระราชดรุณรักษ์ เป็นเลขาธิการ[5] ในปีเดียวกันได้ริเริ่มจัดการแข่งขันฟุตบอลถ้วยใหญ่ (ถ้วยพระราชทาน ก) และฟุตบอลถ้วยน้อย (ถ้วยพระราชทาน ข) ขึ้นเป็นครั้งแรก
- พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งสยามขึ้นในเดือนเมษายน พ.ศ. 2459
- คณะฟุตบอลชาติสยามในช่วงแรกของการก่อตั้ง
ทีมชาติสยามได้ลงแข่งขันในเกมระหว่างประเทศครั้งแรกในปี 2473 พบกับทีมชาติอินโดจีน ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เล่นเวียดนามใต้ และ ฝรั่งเศส เพื่อต้อนรับการเสด็จประพาสอินโดจีนของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยต่อมาชื่อของทีมชาติและชื่อของสมาคมได้ถูกเปลี่ยนชื่อในปี 2482 เมื่อรัฐบาล จอมพล แปลก พิบูลสงคราม ประกาศนโยบาย “รัฐนิยม” ฉบับแรกเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2481[6] ให้เปลี่ยนชื่อประเทศ ประชาชน และสัญชาติ จาก “สยาม” เป็น “ไทย”[7] จึงเป็นสาเหตุให้มีการเปลี่ยนชื่อจากสมาคมฟุตบอลแห่งชาติสยามเป็นสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อฟุตบอลทีมชาติสยามเป็นฟุตบอลทีมชาติไทยมาจนถึงปัจจุบัน[8]
การแข่งขันโอลิมปิกและซีเกมส์
[แก้]ในปี 2499 พล.ต.เผชิญ นิมิบุตร ซึ่งเป็นนายกสมาคม ได้มีการหาผู้เล่นจากหลายสโมสรเพื่อจัดตั้งทีมที่จะลงแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 1956 ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยเป็นครั้งแรกของทีมชาติไทยที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมในกีฬาโอลิมปิก ในการแข่งขันครั้งนั้นเป็นการแข่งขันแบบแพ้คัดออก โดยทีมไทยซึ่งมี บุญชู สมุทรโคจร เป็นผู้ฝึกสอนคนแรก จับฉลากพบกับทีมสหราชอาณาจักร ในวันที่ 26 พฤศจิกายน โดยทีมไทยแพ้ไป 0–9 (นับเป็นความพ่ายแพ้ที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์) และตกรอบทันที โดยหนังสือพิมพ์สยามนิกร ฉบับวันที่ 28 พฤศจิกายน ได้พาดหัวข่าวหน้ากีฬาว่า "ทีมชาติอังกฤษเฆี่ยนทีมชาติไทย 9–0" ซึ่งภายหลังจบการแข่งขัน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีรับสั่งถึงสมาคมฟุตบอลฯ ให้ส่ง พล.ต.ดร.สำเริง ไชยยงค์ หนึ่งในนักฟุตบอลชุดโอลิมปิกไปศึกษาพื้นฐานการเล่นฟุตบอลจากประเทศเยอรมนี[9] เพื่อให้กลับมาสอนการเล่นฟุตบอลให้แก่ทีมไทย[10]
จนกระทั่งในปี 2508 ทีมชาติไทยก็สามารถคว้าเหรียญทองแรกในกีฬาแหลมทอง (ปัจจุบันคือกีฬาซีเกมส์) ครั้งที่ 3 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ได้สำเร็จ และหากนับจนถึงปัจจุบันทีมชาติไทยสามารถคว้าแชมป์ซีเกมส์ได้รวม 16 สมัย ถือเป็นสถิติสูงสุด (รวมทั้งทำสถิติคว้าแชมป์ติดต่อกัน 8 สมัย ตั้งแต่ พ.ศ. 2536–2550) ทีมชาติไทยได้เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนเป็นครั้งที่สองในปี 2511 ภายใต้การคุมทีมของ พลเอก ประเทียบ เทศวิศาล โดยแพ้บัลแกเรีย 0–7, แพ้กัวเตมาลา 1–4 และแพ้เช็กโกสโลวาเกีย 0–8 ตกรอบแรกในการแข่งขัน และนั่นเป็นการเข้าร่วมการแข่งขันในโอลิมปิกเป็นครั้งล่าสุดของทีมชาติไทยจนถึงปัจจุบัน
การแข่งขันเอเชียนคัพ, คิงส์คัพ, เอเชียนเกมส์ และ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน
[แก้]ในปี 2515 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 1972 ซึ่งเป็นการแข่งขันครั้งที่ 5 โดยทีมชาติไทยได้อันดับที่ 3 โดยยิงลูกโทษตัดสินเอาชนะกัมพูชา 5–3 หลังจากเสมอกัน 2–2
ในปี 2519 ทีมชาติไทยได้แชมป์คิงส์คัพเป็นสมัยแรกโดยเป็นแชมป์ร่วมกับทีมชาติมาเลเซีย ภายหลังจากที่มีการเริ่มมีการจัดคิงส์คัพในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2511 โดยต่อมาทีมชาติไทยได้เป็นแชมป์คิงส์คัพรวมทั้งสิ้น 11 ครั้ง
สำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ทีมชาติไทยยังไม่เคยคว้าแชมป์ โดยความสำเร็จสูงสุดคือเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 11 ที่ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในปี 2533 เช่นเดียวกับเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 13 ที่ กรุงเทพมหานคร ในปี 2541 และเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 14 ที่ ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ในปี 2545 และล่าสุดในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่ โดฮา ประเทศกาตาร์ ในปี 2549 ทีมชาติไทยทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยการเป็นทีมเดียวในอาเซียนที่ผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย และยังผ่านเข้ารอบโดยเป็นที่ 1 ของกลุ่ม
ในปี 2537 ทีมชาติไทยได้ร่วมก่อตั้งสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) ร่วมกับอีก 9 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ ประเทศไทยได้มีการเชิญสโมสรชั้นนำจากทั่วโลกมาแข่งขันในประเทศไทยหลายครั้งจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ เอฟซีปอร์โต (2540) อินเตอร์มิลาน (2540) โบคาจูเนียร์ (2540) ลิเวอร์พูล (2544) นิวคาสเซิลยูไนเต็ด (2547) เอฟเวอร์ตัน (2548) โบลตันวันเดอร์เรอร์ (2548) แมนเชสเตอร์ซิตี (2548 ที่ไทย และ 2550 ที่อังกฤษ[11]) รวมถึงเรอัลมาดริด, บาร์เซโลนา, เชลซี และแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
ถัดมาในปี 2539 ทีมชาติไทยภายใต้การคุมทีมของธวัชชัย สัจจกุล ได้มีผู้เล่นชื่อดังหลายคน อาทิ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, ตะวัน ศรีปาน, ดุสิต เฉลิมแสน, นที ทองสุขแก้ว, และ เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ จนได้รับการขนานนามจากสื่อว่าเป็น "ทีมชาติไทยชุดดรีมทีม (Dream Team)"[12][13][14] โดยมีผลงานโดดเด่นคือการชนะเลิศรายการ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน (ปัจจุบันคือรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ) ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยชนะมาเลเซียในรอบชิงชนะเลิศ 1–0 คว้าแชมป์สมัยแรก
ทีมอันดับหนึ่งของอาเซียน (2540–2560)
[แก้]ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 1998 ได้มีเหตุการณ์สำคัญในนัดที่ทีมไทยพบกับอินโดนีเซียในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม โดยทั้งสองทีมต่างก็ไม่ต้องการชนะ เพื่อจะได้เลี่ยงการพบเจ้าภาพเวียดนามในรอบรองชนะเลิศ เนื่องจากผู้ชนะของกลุ่มต้องเดินทางไกลจากโฮจิมินห์ไปแข่งกับเวียดนามที่ฮานอย ซึ่งก่อนเกมทีมไทยต้องการเล่นเอาผลเสมอเพื่อเข้ารอบเป็นอันดับสอง ในขณะที่อินโดนีเซียซึ่งเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มต้องการแพ้และให้ทีมไทยเป็นอันดับหนึ่งแทน การแข่งขันจบลงโดยไทยชนะ 3–2[15] โดยผู้เล่นอินโดนีเซียเจตนาทำเข้าประตูตัวเองในช่วงทดเวลา และฟีฟ่าได้ลงโทษทั้งสองทีมโดยปรับเงิน 40,000 ดอลลาร์ และทีมไทยเข้าไปแพ้เวียดนาม 0–3 ก่อนที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันในปี 2543 และชนะอินโดนีเซียในรอบชิงชนะเลิศ 4–1[16] และป้องกันแชมป์ได้อีกครั้งในปี 2545 ชนะจุดโทษอินโดนีเซียเจ้าภาพร่วมไปได้อีกครั้ง หลังเสมอกัน 2–2 คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 3[17]
อย่างไรก็ตาม ทีมชาติไทยทำผลงานย่ำแย่ในเอเชียนคัพ ปี 2547 โดยตกรอบแบ่งกลุ่ม และแพ้รวดสามนัดที่พบกับญี่ปุ่น อิหร่าน และโอมาน ถือเป็นผลงานในเอเชียนคัพที่ย่ำแย่ที่สุดของทีม ก่อนจะทำผลงานดีขึ้นในการแข่งขันปี 2550 ในฐานะเจ้าภาพร่วมและมีลุ้นเข้ารอบจนถึงนัดสุดท้าย ด้วยการเสมออิรัก, ชนะโอมาน ก่อนจะแพ้ออสเตรเลีย ซึ่งในรายการนั้นยังเป็นการอำลาทีมชาติของผู้เล่นคนสำคัญ ได้แก่ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, ตะวัน ศรีปาน และ พิพัฒน์ ต้นกันยา
ในปี 2551 ไทยตกรอบฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกในรอบ 20 ทีมสุดท้าย โดยได้อยู่สายเดียวกับญี่ปุ่น โอมาน บาห์เรน โดยมีผลงานคือเสมอ 1 นัด และแพ้ไปถึง 5 นัด ทำให้ชาญวิทย์ ผลชีวิน ลาออก[18] หลังจากนั้น ปีเตอร์ รีด อดีตนักเตะสโมสรเอฟเวอร์ตันและทีมชาติอังกฤษได้เข้ามารับตำแหน่งผู้ฝึกสอนต่อ แต่ทีมชาติไทยก็พลาดแชมป์สำคัญในรายการอาเซียนฟุตบอลแชมเปียนชิพ 2008 โดยแพ้เวียดนามรวมผลประตูสองนัด 2–3 และยังพลาดแชมป์คิงส์คัพโดยดวลจุดโทษแพ้ทีมชาติเดนมาร์ก ทำให้ในเดือนกันยายน 2552 ปีเตอร์ รีด ถูกปลด
ในวันที่ 23 กันยายน 2552 ไบรอัน ร็อบสัน ได้เข้ามาทำหน้าที่ผู้ฝึกสอน[19] และในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2552 ร็อบสันนำทีมชาติไทยคว้าชัยชนะนัดแรกในการแข่งขันเอเชียนคัพ 2011 รอบคัดเลือกโดยบุกไปชนะสิงคโปร์ 3–1[20] แต่ในวันที่ 18 พฤศจิกายน ร็อบสันนำทีมไทยแพ้สิงคโปร์ 0–1 ที่ประเทศไทย ต่อมา ทีมชาติไทยเสมอกับจอร์แดนและอิหร่าน 0–0 แต่ก็ไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายได้ ต่อมา ในวันที่ 11 สิงหาคม 2553 ร็อบสันนำทีมชาติไทยชนะสิงคโปร์ 1–0 ในการแข่งขันกระชับมิตรที่ประเทศไทย ถัดมา ในเดือนกันยายน ร็อบสันก็นำทีมเอาชนะอินเดียได้ 2–1 ในการแข่งขันกระชับมิตรเช่นกัน แต่ในเดือนธันวาคม ทีมไทยทำผลงานน่าผิดหวังในการตกรอบแบ่งกลุ่มเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2010 โดยเสมอ 2 นัดกับลาว และ มาเลเซีย และแพ้อินโดนีเซีย ทำให้ร็อบสันถูกยกเลิกสัญญา[21]

ในเดือนมิถุนายน 2554 วินฟรีด เชเฟอร์ อดีตผู้จัดการทีมเฟาเอฟเบชตุทท์การ์ทในบุนเดิสลีกา และอดีตผู้ฝึกสอนทีมชาติแคเมอรูน ได้เข้ามาเป็นผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย โดยงานแรกคือการนำทีมไทยไปแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก[22] โดยนัดแรก ไทยบุกไปแพ้ออสเตรเลีย 1–2[23] และในนัดต่อมาเอาชนะโอมานได้ 3–0 โดยเป็นชัยชนะนัดที่สองของทีมในการแข่งขันรอบคัดเลือกครั้งนี้ ซึ่งนัดแรกคือการชนะปาเสลสไตน์ 3–2 ในรอบคัดเลือกรอบที่ 2[24] และยังสามารถยันเสมอกับซาอุดีอาระเบียได้ 0–0 ในนัดถัดมา ก่อนจะแพ้ 3 นัดรวด ยุติเส้นทางการแข่งขันไว้ที่รอบคัดเลือกรอบที่ 3 ถัดมา ในการแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ทีมไทยเข้าชิงชนะเลิศกับสิงคโปร์ โดยในนัดแรก ไทยบุกไปแพ้ 1–3 และในนัดที่สองที่กรีฑาสถานแห่งชาติ ไทยชนะ 1–0 แต่รวมผลประตูสองนัดแพ้ 2–3 ได้แค่รองแชมป์[25] ต่อมา เชเฟอร์นำทีมไปแข่งเอเชียนคัพ 2015 รอบคัดเลือก ก่อนจะแพ้ทั้ง 2 นัด ทำให้เชเฟอร์ยกเลิกสัญญาในเดือนมิถุนายน 2556 ต่อมา สมาคมฯ ได้แต่งตั้งร้อยตำรวจโท เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตนักฟุตบอลชื่อดังเป็นผู้ฝึกสอนคนใหม่ โดยให้คุมทีมชุดรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีก่อน ซึ่งนัดแรกของเกียรติศักดิ์ในการคุมทีมชาติไทยคือการแข่งขันกระชับมิตรพบกับทีมชาติจีน โดยทีมชาติไทยบุกไปชนะได้ถึง 5–1[26]

ในเดือนสิงหาคม 2556 สมาคมแต่งตั้งสุรชัย จตุรภัทรพงษ์ อดีตนักฟุตบอลชื่อดังเป็นผู้ฝึกสอนและเตรียมทีมไปแข่งกับอิหร่านในการแข่งขันเอเชียนคัพ 2015 รอบแบ่งกลุ่ม[27] ก่อนที่เกียรติศักดิ์จะมาคุมทีมต่อ และพาทีมคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี โดยเอาชนะมาเลเซียในรอบชิงชนะเลิศด้วยผลประตูรวมสองนัด 4–3 ตามด้วยการคว้ารองแชมป์คิงส์คัพในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ถัดมา ในปี 2559 ทีมชาติไทยเป็นแชมป์กลุ่มในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบที่ 2 ผ่านเข้าสู่รอบที่ 3 ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี และผ่านเข้าไปเล่นเอเชียนคัพ 2019 ได้สำเร็จ ซึ่งยังเป็นการผ่านเข้าไปเล่นเอเชียนคัพได้เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี และยังคว้าแชมป์ได้อีก 2 รายการ คือ คิงส์คัพ ครั้งที่ 44 และเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 เอาชนะจอร์แดนและอินโดนีเซียตามลำดับ แต่ในรอบที่ 3 ของฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ทีมไทยทำผลงานย่ำแย่โดยนับจนถึงเดือนมีนาคม 2560 ทำได้เพียงเสมอ 1 นัดและแพ้รวดในนัดที่เหลือ ทำให้เกียรติศักดิ์ลาออก[28][29]


ในเดือนพฤษภาคม 2560 มิลอวัน ราเยวัตส์ อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติกานาซึ่งพาทีมผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2010 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ฝึกสอน และพาทีมไทยคว้าแชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 45 โดยชนะจุดโทษเบลารุส แต่ผลงานโดยรวมยังไม่ดีขึ้น โดยแพ้ 8 นัด และเสมออีก 2 นัด ต่อมาในปี 2561 ไทยลงแข่งขันคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 โดยในนัดแรกเสมอกาบอง 0–0 ก่อนจะชนะจุดโทษ แต่ไปแพ้สโลวาเกีย 2–3 ในรอบชิงชนะเลิศ ตามด้วยการตกรอบรองชนะเลิศเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 โดยแพ้มาเลเซียด้วยกฎประตูทีมเยือน และในนัดแรกของเอเชียนคัพ 2019 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไทยถูกอินเดียถล่ม 1–4 ทำให้ราเยวัตส์ถูกปลด[30] สมาคมแต่งตั้ง ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทยเป็นผู้ฝึกสอนชั่วคราว[31] และทีมไทยเอาชนะบาห์เรน 1–0 และเสมอสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1–1 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายซึ่งเป็นการผ่านเข้ารอบแพ้คัดออกในรายการนี้ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2515 ก่อนจะแพ้จีน 1–2 ต่อมา ในการแข่งขันคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 ไทยแพ้เวียดนามและอินเดีย 0–1 ทั้งสองนัดจบเพียงอันดับ 4
ยุคปัจจุบัน (2562–ปัจจุบัน)
[แก้]อากิระ นิชิโนะ และ อาเลชังดรี ปอลกิง
[แก้]ทีมชาติไทยแต่งตั้ง อากิระ นิชิโนะ อดีตนักฟุตบอลและผู้ฝึกสอนทีมชาติญี่ปุ่นทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทั้งทีมชาติชุดใหญ่และทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2562 ซึ่งเขาถือเป็นผู้ฝึกสอนชาวเอเชียคนแรก (ที่ไม่ใช่ชาวไทย) ที่ได้เป็นผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย[32] ในวันที่ 24 มกราคม 2563 นิชิโนะได้รับการขยายสัญญาไปถึงปี 2565[33] แต่ถูกยกเลิกสัญญาในเดือนกรกฎาคม 2564 เนื่องจากผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก[34]
ในวันที่ 29 กันยายน 2564 ทีมชาติไทยแต่งตั้ง อาเลชังดรี ปอลกิง อดีตผู้ฝึกสอนในไทยลีกเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่[35] พาทีมลงแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 โดยทีมชาติไทยผ่านรอบแบ่งกลุ่มด้วยการชนะรวด และเอาชนะเวียดนามในรอบรองชนะเลิศด้วยผลประตูรวมสองนัด 2–0 ผ่านเข้าไปพบกับอินโดนีเซียในรอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่ 4 ในรายการนี้[36] และชนะไปด้วยผลประตูรวมสองนัด 6–2 คว้าแชมป์สมัยที่ 6[37] ต่อมา ในเดือนมิถุนายน 2565 ทีมชาติไทยลงแข่งขันเอเชียนคัพ 2023 รอบคัดเลือก – รอบที่ 3 และผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งที่แปดจากผลงานชนะสองนัด (พบมัลดีฟส์ และ ศรีลังกา) และแพ้หนึ่งนัด (พบอุซเบกิสถาน) ตามด้วยการแข่งขันคิงส์คัพ ครั้งที่ 48 ในเดือนกันยายน 2565 และคว้าอันดับสามโดยแพ้จุดโทษมาเลเซีย และเอาชนะตรินิแดดและโตเบโก
ทีมชาติไทยป้องกันแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2022 ได้ในเดือนมกราคม 2566 โดยเข้ารอบเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่ม ตามด้วยการชนะมาเลเซียในรอบรองชนะเลิศด้วยผลประตูรวมสองนัด 3–1 และเอาชนะเวียดนามในรอบชิงชนะเลิศด้วยผลรวม 3–2 คว้าแชมป์สมัยที่ 7 ต่อมา ทีมไทยลงแข่งฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 49 แต่ทำได้เพียงรองแชมป์โดยแพ้การดวลจุดโทษอิรักหลังเสมอกัน 2–2 ถัดมาในเดือนตุลาคม 2566 ทีมไทยลงแข่งกระชับมิตรที่ทวีปยุโรปสองนัดพบจอร์เจียและเอสโตเนีย โดยปราศจากผู้เล่นตัวหลักหลายราย เช่น ชนาธิป สรงกระสินธ์, นิโคลัส มิคเกลสัน และ เอกนิษฐ์ ปัญญาจากการบาดเจ็บ นอกจากนี้ สโมสรต้นสังกัดยังปฏิเสธการส่งตัวผู้เล่นหลายรายร่วมแข่งขันรวมถึง ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน, สุภโชค สารชาติ, สารัช อยู่เย็น และพรรษา เหมวิบูลย์ ส่งผลให้ต้องใช้ผู้เล่นดาวรุ่ง ในวันที่ 12 ตุลาคม 2566 ทีมชาติไทยต้องพบความพ่ายแพ้ที่มากที่สุดในศตวรรษที่ 21 โดยแพ้จอร์เจียด้วยผลประตู 0–8 ณ เมืองทบิลีซี[38][39] ตามด้วยการเสมอเอสโตเนีย 1–1 ต่อมา ทีมชาติไทยลงแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย – รอบที่ 2 โดยมีทีมร่วมกลุ่มได้แก่ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และจีน ทีมไทยมีเป้าหมายในการเข้ารอบในฐานะทีมอันดับ 2 แต่พวกเขาประเดิมสนามนัดแรกด้วยการเปิดบ้านแพ้จีน 1–2 แม้จะบุกไปชนะสิงคโปร์ 3–1[40] และขึ้นไปอยู่อันดับสองของกลุ่มแต่ปอลกิงก็ถูกปลด
มาซาตาดะ อิชิอิ
[แก้]
มาซาตาดะ อิชิอิ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ฝึกสอนคนใหม่ เขาพาทีมลงแข่งขันนัดแรกในเกมกระชับมิตรพบญี่ปุ่น และแพ้ด้วยผลประตู 0–5 ตามด้วยเอเชียนคัพ 2023 ที่ประเทศกาตาร์ โดยทีมไทยประเดิมสนามด้วยการเอาชนะคีร์กีซสถาน 2–0 ซึ่งถือเป็นชัยชนะในนัดเปิดสนามเป็นครั้งแรกในรายการนี้ ต่อมา ทีมไทยพบกับทีมที่แข็งแกร่งกว่าอย่างโอมานซึ่งคุมทีมโดยบรันกอ อิวานกอวิช ผู้ฝึกสอนชาวโครเอเชียและมีประสบการณ์ในการคุมทีมในเอเชีย และไม่เคยแพ้ทีมไทยตลอดอาชีพการคุมทีม และการแข่งขันจบลงด้วยผลเสมอ 0–0 และในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ทีมไทยทำผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดครั้งหนึ่งในการแข่งขันเอเชียนคัพสมัยใหม่ โดยเสมอซาอุดีอาระเบีย 0–0 ยุติการแพ้ซาอุดีอาระเบียอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 อย่างไรก็ตาม ทีมไทยต้องยุติเส้นทางด้วยการแพ้อุซเบกิสถานในรอบ 16 ทีมด้วยผลประตู 1–2[41] แม้จะตกรอบแต่ทีมชุดนี้ก็ได้รับเสียงชื่นชมในด้านวิธีการเล่น
ต่อมา ทีมไทยกลับมาลงแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกในเดือนมีนาคม 2567 พบกับเกาหลีใต้สองนัด แม้จะบุกไปเสมอได้ถึงกรุงโซลอย่างเหนือความคาดหมาย 1–1 แต่ก็กลับมาแพ้ที่ประเทศไทย 0–3 และต้องยุติเส้นทางในรอบคัดเลือกครั้งนี้ในเดือนมิถุนายน แม้จะบุกไปเสมอจีน 1–1 และเอาชนะสิงคโปร์ได้ในนัดสุดท้าย 3–1 โดยมี 8 คะแนนเท่ากับจีนและยังมีผลต่างประตูได้เสียที่เท่ากัน แต่ทีมชาติไทยต้องตกรอบเนื่องจากมีผลงานการพบกันที่เป็นรอง[42][43]
ในเดือนกันยายน 2567 ทีมชาติไทยลงแข่งขันกระชับมิตรในรายการแอลพีแบงก์ คัพ 2024 พบรัสเซียและเวียดนาม โดยเรียกผู้เล่นหน้าใหม่หลายคน เช่น โจนาธาร เข็มดี, วาริส ชูทอง, ทรงวุฒิ ใคร่ครวญ, วิลเลียม ไวเดอร์เฌอ, พาตริก กุสตาฟส์สัน, คคนะ คำยก รวมถึงเอกนิษฐ์ ปัญญา โดยในนัดแรกที่ต้องเจอกับรัสเซียนั้น ไม่สามารถลงแข่งได้เนื่องจากมีพายุยางิ จึงต้องแข่งขันในนัดที่สองกับเวียดนาม และบุกไปชนะ 2–1 หลังจบเกมทีมชาติไทยได้รับเสียงชื่นชม โดยเฉพาะผู้ฝึกสอนอย่างอิชิอิที่กล้าเปลี่ยนแปลงผู้เล่นหลายราย และทำให้อันดับโลกขึ้นไปอยู่ใน Top 100 เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ต่อมา ทีมไทยลงแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 50 ในเดือนตุลาคม 2567 และคว้าแชมป์สมัยที่ 16 โดยเอาชนะฟิลิปปินส์ในรอบรองชนะเลิศ 3–1 และชนะซีเรียในรอบชิงชนะเลิศ 2–1
ทีมชาติไทยลงแข่งขันกระชับมิตรในเดือนพฤศจิกายน 2567 โดยเสมอทั้งสองนัดกับเลบานอน (0–0) และลาว (1–1) ก่อนจะลงป้องกันแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2024 โดยอยู่กลุ่มเอร่วมกับกัมพูชา, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และติมอร์-เลสเต ในการแข่งขันนัดแรกเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ทีมไทยเอาชนะติมอร์-เลสเตด้วยผลประตู 10–0 ถือเป็นสถิติร่วมในการเอาชนะคู่แข่งได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ เท่ากับที่พวกเขาเอาชนะบรูไนที่กรุงเทพมหานครในวันที่ 25 พฤษภาคม 2514 ทีมไทยเข้ารอบด้วยการเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มตามด้วยการชนะฟิลิปปินส์ในรอบรองชนะเลิศด้วยผลประตูรวมสองนัด 4–3 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับเวียดนามเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน แต่แพ้ด้วยผลประตูรวมสองนัด 3–5
ทีมชาติไทยประเดิมการแข่งขันในปี 2568 ด้วยการเอาชนะอัฟกานิสถาน 2–0 ในนัดกระชับมิตรวันที่ 21 มีนาคม 2568 และลงแข่งขันเอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก – รอบที่ 3 ในวันที่ 25 มีนาคม เอาชนะศรีลังกา 1–0 และลงแข่งสองนัดในเดือนมิถุนายน 2568 โดยเอาชนะอินเดียในนัดกระชับมิตร 2–0 แต่บุกไปแพ้เติร์กเมนิสถาน 1–3 ในเอเชียนคัพรอบคัดเลือก ต่อมา ทีมชาติไทยลงแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ในเดือนกันยายน 2568 และแพ้อิรักในรอบชิงชนะเลิศ 0–1 ตามด้วยการลงแข่งขันเอเชียนคัพรอบคัดเลือกในเดือนตุลาคม 2568 พบจีนไทเปสองนัด โดยเอาชนะได้ 2–0 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน[44] และบุกไปชนะที่ไทเป 6–1 ต่อมาในวันที่ 21 ตุลาคม 2568 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศแยกทางกับอิชิอิโดยให้เหตุผลว่าแนวทางการบริหารทีมไม่ตรงกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายของสมาคม[45]
แอนโทนี ฮัดสัน
[แก้]ในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2568 แอนโทนี ฮัดสัน ชาวอังกฤษ รับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่[46] การคุมทีมนัดแรกเกิดขึ้นในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 โดยทีมชาติไทยชนะสิงคโปร์ในนัดกระชับมิตร 3–2 และบุกไปชนะศรีลังกา 4–0 ในเอเชียนคัพรอบคัดเลือกวันที่ 18 พฤศจิกายน ต่อมาในปี 2569 ทีมชาติไทยลงแข่งขันเอเชียนคัพรอบคัดเลือกนัดสุดท้ายในวันที่ 31 มีนาคม เอาชนะเติร์กเมนิสถาน 2–1 ได้สิทธิ์แข่งขันเอเชียนคัพ 2027
ภาพลักษณ์ทีม
[แก้]ชุดแข่งขัน
[แก้]
แต่เดิมชุดแข่งขันของฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดที่หนึ่งประกอบด้วย เสื้อสีแดง กางเกงสีแดง และถุงเท้าสีแดง ส่วนชุดที่สองประกอบด้วย เสื้อสีน้ำเงิน กางเกงสีน้ำเงิน และ ถุงเท้าสีน้ำเงิน เอฟบีทีเป็นผู้ผลิตชุดแข่งขันตั้งแต่ปี 2545–2550 ต่อมาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2550 ไนกี้ เข้ามาเป็นผู้ผลิตชุดแข่งขันของทีมชาติไทย และในเดือนตุลาคม สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ทำเรื่องขอเปลี่ยนชุดที่หนึ่งไปยัง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เป็นเสื้อสีเหลือง กางเกงสีเหลือง และถุงเท้าสีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เพื่อเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาส พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ต่อมาเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554 ที่ประชุมกรรมการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีมติให้ทำเรื่องขอเปลี่ยนชุดที่หนึ่งไปยังฟีฟ่า กลับมาเป็นเสื้อสีแดง กางเกงสีแดงและถุงเท้าสีแดงอีกครั้ง
ทีมชาติไทยเซ็นสัญญากับแกรนด์สปอร์ตด้วยสัญญามูลค่า 96 ล้านบาทในการเป็นผู้ผลิตชุดแข่งขันตั้งแต่ปี 2555–2559[47] และในปี 2560 วอริกซ์ สปอร์ตเข้ามาเป็นผู้ผลิตชุดแข่งขันรายล่าสุดจนถึงปัจจุบัน โดยในปีนั้น สมาคมฯ ได้ขอทางฟีฟ่าเปลี่ยนสีเสื้อทั้งเหย้าและเยือนเป็นสีดำและขาว เพื่อเป็นการถวายความอาลัยต่อการสวรรคตของรัชกาลที่ 9 เป็นเวลา 1 ปี[48][49]
ถัดมาในปี 2561 ทีมชาติไทยทำการเปิดตัวชุดแข่งขันทีมเหย้าสีน้ำเงิน, ชุดทีมเยือนสีแดง รวมถึงชุดแข่งขันที่สามซึ่งเป็นสีขาว/ดำ เพื่อใช้ในการแข่งขันเอเชียนคัพ 2019 รวมถึงฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47[50] และในปีเดียวกันนั้น วอริกซ์ได้เปิดตัวชุดแข่งขันใหม่อีกครั้งเป็นเสื้อสีเหลืองและกางเกงสีขาว เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10) เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ทีมชาติไทยกลับมาสวมชุดแข่งขันสีดำในบางนัดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ภายหลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
สัญลักษณ์บนอกเสื้อของนักฟุตบอลทีมชาติอย่าง “โลโก้ช้างศึก” เป็นภาพลักษณ์สำคัญอีกประการหนึ่ง โดยสัญลักษณ์นี้ออกแบบมาด้วยความเรียบง่ายแต่ทันสมัย ตัวช้างศึกมีสัณฐานที่สง่างาม แข็งแรง และน่าเกรงขาม แต่ก่อนที่จะมีโลโก้อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ทีมชาติไทยเคยใช้ตราสัญลักษณ์แบบอื่นมาก่อน โลโก้แรกสุดคือ “ตราพระมหามงกุฎ” ที่ได้รับพระราชทานเมื่อปี 2458 ก่อนจะเปลี่ยนเป็น “ธงไตรรงค์” ในปี 2475 และก็ได้เปลี่ยนมาใช้สัญลักษณ์ “ช้างศึก (ช้างน้อย)” ในปี 2545 เพื่อให้มีความเป็นสากลมากขึ้นผนวกกับความต้องการให้สื่อถึงประเทศไทยและความยิ่งใหญ่ จากนั้นมีการปรับปรุงโลโก้หลายครั้ง เช่น การเพิ่มงา การปรับแถบสีธงชาติ การปรับตัวอักษร จนกระทั่งในปี 2560 มีการออกแบบตราสัญลักษณ์ช้างศึกอันโดดเด่นขึ้นมาใหม่
| ผู้ผลิตชุดแข่งทีมชาติไทย | |||
|---|---|---|---|
| ปี | ผู้ผลิต | ชุดแข่ง | |
| 2545–2550 |
| ||
| 2550–2554 |
| ||
| 2555–2559 |
| ||
| 2560–2571 |
| ||
สนามเหย้า
[แก้]ปัจจุบันทีมชาติไทยใช้ราชมังคลากีฬาสถานเป็นสนามเหย้า ความจุ 49,722 ที่นั่ง เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2541 เพื่อรองรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 1998 โดยทีมชาติไทยลงแข่งขัน ณ สนามแห่งนี้เป็นครั้งแรกในนัดที่เสมอกับทีมชาติคาซัคสถาน 1–1 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2541 ซึ่งในยุคนั้นยังมีการใช้สนามเหย้าทั้งกรีฑาสถานแห่งชาติ และราชมังคลากีฬาสถานสำหรับเกมนานาชาติสลับหมุนเวียนไป ก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้ราชมังคลากีฬาสถานเป็นสนามเหย้าของทีมชาติไทยในเกมระดับนานาชาติอย่างเป็นทางการเพียงแห่งเดียว (อาจใช้สนามแห่งอื่นในบางโอกาส)
ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ
[แก้]ในปี 2565 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เตรียมการสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ[51]แบบครบวงจรแห่งใหม่ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื้อที่ 300 ไร่ ในโครงการ FIFA Forward 3.0 ต่อ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ภายในจะพื้นที่ศูนย์ฝึกจะประกอบไปด้วยสนามฟุตบอลมาตรฐานระดับฟีฟ่าตั้งแต่ขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ อาคารที่พัก อาคารสำนักงาน อาคารสำหรับวิจัยวิทยาศาสตร์การกีฬา และพื้นที่สาธารณะให้กับชุมชน เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมความสามารถ สนับสนุนกิจกรรมทุกด้าน และเตรียมความพร้อมให้นักฟุตบอลทีมชาติไทยทั้งชายและหญิง นักกีฬาเยาวชน ผู้ฝึกสอน กรรมการผู้ตัดสิน นักกายภาพบำบัด และการฝึกอบรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนากีฬาฟุตบอลในระดับภูมิภาค
คู่แข่งสำคัญ
[แก้]| ทีม | ลงเล่น | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ผลต่าง | เปอร์เซ็นต์ชนะ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 29 | 5 | 5 | 19 | 25 | 63 | −38 | 17.24 | |
| 107 | 32 | 34 | 41 | 145 | 153 | −8 | 29.91 | |
| 75 | 36 | 18 | 21 | 134 | 100 | +34 | 48.00 | |
| 69 | 40 | 18 | 11 | 121 | 70 | +51 | 57.97 | |
| 55 | 24 | 15 | 16 | 104 | 73 | +31 | 43.64 | |
| 59 | 22 | 12 | 25 | 80 | 86 | −6 | 37.29 |
ทีมชาติไทยมีคู่ปรับสำคัญในสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียนหลายทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์ และพม่า
มาเลเซียเป็นชาติที่มีสถิติการพบกับทีมชาติไทยมากที่สุดจำนวน 106 ครั้ง โดยก่อนที่มาเลเซียจะประสบเหตุการณ์อื้อฉาวจากการติดสินบนการแข่งขันภายในประเทศในช่วงทศวรรษ 1990 ซึ่งทำให้วงการฟุตบอลมาเลเซียตกต่ำลงนั้น พวกเขาถือเป็นคู่แข่งสำคัญที่ทีมไทยเอาชนะได้ยากที่สุด และไทยไม่สามารถบุกไปชนะที่ประเทศมาเลเซียได้เลยนับตั้งแต่ พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา และมาเลเซียยังมีสถิติการพบกันที่เหนือกว่าทีมชาติไทย โดยชนะ 41 ครั้ง, เสมอ 34 ครั้ง และแพ้ 32 ครั้ง
สิงคโปร์ถือเป็นชาติคู่แข่งของทีมชาติไทยมาหลายทศวรรษเช่นกัน โดยสิงคโปร์เป็นชาติที่ชนะเลิศรายการฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียนมากที่สุดเป็นอันดับสอง (4 สมัย) รองจากไทย (7 สมัย) และทั้งคู่ต่างก็เป็นหนึ่งในมหาอำนาจในภูมิภาคตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1990 ทีมไทยมีสถิติการพบกันที่เหนือกว่า โดยชนะ 40 ครั้ง, เสมอ 18 ครั้ง และแพ้ 11 ครั้ง[52] นโยบายการพัฒนาทีมฟุตบอลของทั้งสองชาตินั้นแตกต่างกันสิ้นเชิง โดยทีมไทยอาศัยการพัฒนาผู้เล่นในประเทศเป็นหลัก ในขณะที่สิงคโปร์เน้นนโยบายการพึ่งพานักเตะต่างชาติซึ่งโอนสัญชาติ
การแข่งขันฟุตบอลระหว่างไทยกับเวียดนาม ได้ยกระดับความเข้มข้นขึ้นตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ในอดีตตั้งแต่ช่วงที่เวียดนามแยกประเทศ และมีทีมฟุตบอลสองทีมคือเวียดนามเหนือ และเวียดนามใต้ ไทยมีสถิติการพบกันที่เป็นรองเวียดนามใต้อย่างมาก โดยเอาชนะได้เพียง 5 ครั้งเท่านั้นจาก 28 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ทีมไทยมีสถิติที่เหนือกว่าเวียดนามมากนับตั้งแต่มีการรวมประเทศเวียดนาม โดยเอาชนะได้ 17 ครั้ง แพ้เพียง 5 ครั้ง แต่เวียดนามก็ถือเป็นชาติที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแย่งความสำเร็จจากทีมชาติไทยในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียนได้ รวมทั้งแย่งการเป็นทีมอันดับหนึ่งในภูมิภาคในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชัยชนะที่สำคัญที่เวียดนามมีต่อทีมชาติไทยคือรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2008 และ 2024
สงครามพม่า–สยาม ส่งผลให้การแข่งขันระหว่างทีมชาติไทยและพม่ามีความเข้มข้นมาถึงปัจจุบัน[53] พม่าเคยเป็นทีมมหาอำนาจในภูมิภาคในช่วงทศวรรษ 1960–70 ก่อนจะตกต่ำลงจากสถานการณ์ในประเทศในยุคของเนวี่น การพัฒนากีฬาฟุตบอลของพม่าก็ชะงักลง ทำให้ทีมไทยมีผลงานที่เหนือกว่ามากในปัจจุบัน ทั้งในแง่ของความสำเร็จและผลการแข่งขันระหว่างสองทีม[54]
อินโดนีเซียพบกับทีมชาติไทยในรายการสำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2000, 2002, 2016 และ 2020 ซึ่งทีมชาติไทยสามารถเอาชนะและคว้าแชมป์ไปได้ทั้ง 4 ครั้ง และไทยมีสถิติที่เหนือกว่าในการพบกันทุกรายการ โดยชนะ 36 ครั้ง, เสมอ 18 ครั้ง และแพ้ 21 ครั้ง
จีนกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญของทีมชาติไทยหลังหมดยุคทองของทีมชาติจีนในทศวรรษที่ 2000 และหลังจากที่ไทยลีกได้โควตาสัมประสิทธิ์อัตโนมัติในศึกเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกในระดับสโมสร จีนกลายเป็นคู่ปรับสำคัญในการแย่งชิงโควตาระดับสโมสรเอเชีย ประกอบกับปัญหาการจัดการภายในของสมาคมฟุตบอลจีน ทำให้ทั้งสองชาติร่นระดับกลายเป็นคู่แข่งที่สูสีกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม จีนยังคงมีผลงานที่ดีกว่าในการแข่งขันระดับทางการ แต่ไทยก็สามารถเอาชนะจีนในการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องระดับทางการในวันฟีฟ่าเดย์ได้หลายครั้งเช่นกัน
บุคลากร
[แก้]
ทีมงานผู้ฝึกสอน
[แก้]- ณ 11 พฤศจิกายน 2568
| ตำแหน่ง | ชื่อ |
|---|---|
| ผู้อำนวยการด้านเทคนิค | |
| หัวหน้าผู้ฝึกสอน | |
| ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน | |
| ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู | |
| ผู้ฝึกสอนด้านฟิตเนส | |
| นักวิเคราะห์การแข่งขัน | |
| ผู้จัดการชุด | |
| ทีมแพทย์ | |
| นักกายภาพ | |
| หมอนวด | |
| ผู้ประสานทีม |
ผู้เล่น
[แก้]ผู้เล่นชุดปัจจุบัน
[แก้]รายชื่อผู้เล่น 23 คน สำหรับการเตะกระชับมิตรกับคูเวต และจีน ในวันที่ 5 และ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569[55][56]
จำนวนนัดที่ลงเล่นให้ทีมชาติและจำนวนประตูที่ยิงได้นับถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569 หลังแข่งขันกับเติร์กเมนิสถาน
| # | ตำแหน่ง | ผู้เล่น | วันเกิด (อายุ) | ลงเล่น | ประตู | สโมสร |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | GK | ปฏิวัติ คำไหม | 24 ธันวาคม ค.ศ. 1994 | 30 | 0 | |
| 20 | GK | สรานนท์ อนุอินทร์ | 24 มีนาคม ค.ศ. 1994 | 6 | 0 | |
| 23 | GK | กรกฏ พิพัฒน์นัดดา | 15 กรกฎาคม ค.ศ. 1999 | 2 | 0 | |
| 21 | DF | ศุภนันท์ บุรีรัตน์ | 10 ตุลาคม ค.ศ. 1993 | 37 | 3 | |
| 15 | DF | นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม | 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1994 | 37 | 1 | |
| 16 | DF | อดิศร พรหมรักษ์ | 21 ตุลาคม ค.ศ. 1993 | 32 | 0 | |
| 4 | DF | มานูเอล บีร์ | 17 กันยายน ค.ศ. 1993 | 22 | 1 | |
| 3 | DF | ณัฐพงษ์ สายริยา | 26 เมษายน ค.ศ. 1992 | 6 | 0 | |
| 2 | DF | พีฬาวัช อรรคธรรม | 3 ธันวาคม ค.ศ. 1998 | 0 | 0 | |
| 12 | DF | วาริส ชูทอง | 8 มกราคม ค.ศ. 2004 | 0 | 0 | |
| 6 | MF | สารัช อยู่เย็น | 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1992 | 86 | 7 | |
| 18 | MF | ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ | 1 กันยายน ค.ศ. 1993 | 58 | 7 | |
| 8 | MF | วีระเทพ ป้อมพันธุ์ | 19 กันยายน ค.ศ. 1996 | 48 | 0 | |
| 5 | MF | กฤษดา กาแมน | 18 มีนาคม ค.ศ. 1999 | 35 | 0 | |
| 22 | MF | เสกสรรค์ ราตรี | 14 มีนาคม ค.ศ. 2003 | 15 | 6 | |
| 7 | MF | อนันต์ ยอดสังวาลย์ | 9 กรกฎาคม ค.ศ. 2001 | 9 | 0 | |
| 17 | MF | คคนะ คำยก | 21 พฤษภาคม ค.ศ. 2004 | 2 | 0 | |
| 11 | MF | เอราวัณ การ์นิเยร์ | 5 มกราคม ค.ศ. 2006 | 0 | 0 | |
| 19 | MF | ธีรภัทร ปรือทอง | 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2007 | 0 | 0 | |
| 10 | FW | ธีรศิลป์ แดงดา | 6 มิถุนายน ค.ศ. 1988 | 128 | 64 | |
| 14 | FW | ธีรศักดิ์ เผยพิมาย | 21 กันยายน ค.ศ. 2002 | 24 | 7 | |
| 13 | FW | สุรชาติ สารีพิมพ์ | 24 พฤษภาคม ค.ศ. 1986 | 6 | 0 | |
| 9 | FW | จูด ซุ่นทรัพย์-เบลล์ | 10 มกราคม ค.ศ. 2004 | 3 | 2 | |
ที่เคยถูกเรียกตัว
[แก้]รายชื่อผู้เล่นที่เคยถูกเรียกตัวติดทีมชาติไทยในรอบ 12 เดือนล่าสุด:
| ตำแหน่ง | ผู้เล่น | วันเกิด (อายุ) | ลงเล่น | ประตู | สโมสร | ถูกเรียกครั้งล่าสุด |
|---|---|---|---|---|---|---|
| GK | กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล | 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1992 | 11 | 0 | v. | |
| DF | นิโคลัส มิคเกลสัน | 24 กรกฎาคม ค.ศ. 1999 | 31 | 2 | v. | |
| DF | โจนาธาร เข็มดี | 9 พฤษภาคม ค.ศ. 2002 | 12 | 0 | v. | |
| DF | อภิสิทธิ์ โสรฎา | 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1997 | 6 | 0 | v. | |
| DF | ทรงวุฒิ ใคร่ครวญ | 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2001 | 2 | 0 | v. | |
| DF | ทิตาธร อักษรศรี | 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1997 | 8 | 0 | เอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือกINJ | |
| DF | เควิน ดีรมรัมย์ | 11 กันยายน ค.ศ. 1997 | 5 | 0 | เอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก | |
| DF | ชินภัทร์ ลีเอาะ | 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1997 | 3 | 0 | เอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก | |
| DF | ศฤงคาร พรหมสุภะ | 29 มีนาคม ค.ศ. 1997 | 8 | 0 | เอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก | |
| DF | พรรษา เหมวิบูลย์ | 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1990 | 55 | 7 | เอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือกINJ | |
| FW | อิคลาศ สันหรน | 16 ธันวาคม ค.ศ. 2004 | 1 | 0 | v. | |
| MF | ธีราทร บุญมาทัน | 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1990 | 108 | 9 | v. | |
| MF | ชนาธิป สรงกระสินธ์ | 5 ตุลาคม ค.ศ. 1993 | 77 | 15 | v. | |
| MF | สุภโชค สารชาติ | 22 พฤษภาคม ค.ศ. 1998 | 49 | 11 | v. | |
| MF | พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี | 15 กันยายน ค.ศ. 1992 | 40 | 4 | v. | |
| MF | เบน เดวิส | 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 2000 | 13 | 5 | v. | |
| MF | ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร | 8 มกราคม ค.ศ. 2000 | 13 | 1 | v. | |
| MF | วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ | 24 สิงหาคม ค.ศ. 1997 | 34 | 2 | v. | |
| MF | ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว | 17 เมษายน ค.ศ. 2001 | 19 | 1 | v. | |
| MF | พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล | 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1997 | 28 | 0 | v. | |
| MF | บดินทร์ ผาลา | 20 ธันวาคม ค.ศ. 1994 | 41 | 6 | v. | |
| FW | ศุภชัย ใจเด็ด | 1 ธันวาคม ค.ศ. 1998 | 45 | 8 | v. | |
| FW | ปรเมศย์ อาจวิไล | 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1998 | 21 | 4 | เอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก | |
| FW | ยศกร บูรพา | 8 มิถุนายน ค.ศ. 2005 | 2 | 0 | เอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือกINJ | |
INJ ผู้เล่นที่ถูกเรียกแต่ถอนตัวเนื่องจากอาการบาดเจ็บ | ||||||
กัปตันทีม
[แก้]ทำเนียบผู้ฝึกสอน
[แก้]หัวหน้าผู้ฝึกสอนตั้งแต่ พ.ศ. 2499–ปัจจุบัน
| ชื่อ | สัญชาติ | ช่วงเวลา | สถิติ | ผลงาน | ||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | Win % | ||||
| บุญชู สมุทรโคจร | 2499–2507 | ? | ? | ? | ? | ? | โอลิมปิกฤดูร้อน 1956 - รอบแรก | |
| ประเทียบ เทศวิศาล | 2508–2511 | ? | ? | ? | ? | ? | ||
| กึนเทอร์ กลอมบ์ | 2511–2518 | ? | ? | ? | ? | ? | โอลิมปิกฤดูร้อน 1968 - รอบแบ่งกลุ่ม
เอเชียนคัพ 1972 - อันดับ 3 | |
| เนาวรัตน์ ปทานนท์ | 2518 | ? | ? | ? | ? | ? | ||
| เพเทอร์ ชนิทเกอร์ | 2519–2521 | ? | ? | ? | ? | ? | ||
| แวร์เนอร์ บิคเคลเฮาพท์ | 2522 | ? | ? | ? | ? | ? | ||
| วิชิต แย้มบุญเรือง | 2522 | ? | ? | ? | ? | ? | ||
| ศุภกิจ มีลาภกิจ | 2523 | ? | ? | ? | ? | ? | ||
| ประวิทย์ ไชยสาม | 2524–2526 | ? | 2 | 3 | ? | ? | ||
| ยรรยง ณ หนองคาย | 2526 | ? | 2 | 3 | ? | ? | ||
| เสนอ ไชยยงค์ | 2527 | ? | 2 | 3 | ? | ? | ||
| บัวร์กฮาร์ด ซีเซอ | 2528–2529 | ? | ? | ? | ? | ? | ||
| เชิดศักดิ์ ชัยบุตร | 2530 | ? | ? | ? | ? | ? | ||
| ประวิทย์ ไชยสาม | 2531–2532 | ? | ? | ? | ? | ? | ||
| การ์ลูส โรเบร์ตู จี การ์วัลยู | 2532–2534 | ? | ? | ? | ? | ? | ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 20 – ชนะเลิศ เอเชียนเกมส์ 1990 - อันดับ 4 | |
| ปีเตอร์ สตัปป์ | 2534–2537 | ? | 6 | 2 | 1 | ? | เอเชียนคัพ 1992 - รอบแบ่งกลุ่ม ซีเกมส์ 1993 - ชนะเลิศ | |
| วรวิทย์ สัมปชัญญสถิตย์ | 2537 | ? | 2 | 3 | ? | ? | ||
| ชัชชัย พหลแพทย์ | 2537–2538 | ? | ? | ? | ? | ? | ซีเกมส์ 1995 - ชนะเลิศ | |
| ธวัชชัย สัจจกุล | 2539 | ? | ? | ? | ? | ? | ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 1996 - ชนะเลิศ | |
| อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ | 2539 | 15 | 9 | 3 | 3 | 60.0 | เอเชียนคัพ 1996 - รอบแบ่งกลุ่ม | |
| เด็ทมาร์ คราเมอร์ | 2540 | ? | ? | ? | ? | ? | ||
| วิทยา เลาหกุล | 2540–2541 | 24 | 10 | 9 | 5 | 41.7 | ซีเกมส์ 1997 - ชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 1998 - อันดับ 4 | |
| ปีเตอร์ วิธ | 2541–2546 | 101 | 46 | 25 | 30 | 45.5 | เอเชียนเกมส์ 1998 - อันดับ 4 ซีเกมส์ 1999 - ชนะเลิศ เอเชียนคัพ 2000 - รอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2000 - ชนะเลิศ คิงส์คัพ 2000 - ชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2002 - ชนะเลิศ เอเชียนเกมส์ 2002 - อันดับ 4 | |
| การ์ลูส โรเบร์ตู จี การ์วัลยู | 2546–2547 | 13 | 6 | 2 | 5 | 46.1 | ||
| ชัชชัย พหลแพทย์ | มิถุนายน – สิงหาคม 2547 | 8 | 2 | 1 | 5 | 25.0 | เอเชียนคัพ 2004 - รอบแบ่งกลุ่ม | |
| ซีคฟรีท เฮ็ลท์ | สิงหาคม 2547–2548 | 11 | 4 | 4 | 3 | 36.4 | ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2004 - รอบแบ่งกลุ่ม | |
| ชาญวิทย์ ผลชีวิน | 2548–มิถุนายน 2551 | 39 | 18 | 11 | 10 | 46.1 | ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 37 - ชนะเลิศ 2006 T&T Cup - ชนะเลิศ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 38 - ชนะเลิศ เอเชียนคัพ 2007 - รอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2007- รองชนะเลิศ | |
| ปีเตอร์ รีด | กันยายน 2551–กันยายน 2552 | 15 | 8 | 4 | 3 | 53.3 | 2008 T&T Cup - ชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2008 - รองชนะเลิศ | |
| ไบรอัน ร็อบสัน | กันยายน 2552–มิถุนายน 2554 | 18 | 7 | 4 | 7 | 38.8 | ภูเก็ต กะตะกรุ๊ป คัพ 2009 (รายการการแข่งขันกระชับมิตรกับทีมสโมสร) ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2010 – รอบแบ่งกลุ่ม | |
| วินฟรีท เชเฟอร์ | กรกฎาคม 2554–มิถุนายน 2556 | 28 | 14 | 6 | 8 | 50.0 | ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 41 – อันดับ 4 ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2012 – รองชนะเลิศ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 – อันดับ 3 | |
| เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง |
กรกฎาคม 2556–31 มีนาคม 2560 | 42 | 21 | 7 | 14 | 50.0 | ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 – รองชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2014 – ชนะเลิศ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 – ชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2016 – ชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย – รอบ 12 ทีม | |
| สุรชัย จตุรภัทรพงษ์ | 20 สิงหาคม - 20 พฤศจิกายน 2556 | 3 | 0 | 0 | 3 | |||
| มิลอวัน ราเยวัตส์ |
5 พฤษภาคม 2560–7 มกราคม 2562 | 20 | 8 | 7 | 5 | 40.0 | ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 45 – ชนะเลิศ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 – รองชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2018 – รอบรองชนะเลิศ เอเชียนคัพ 2019 (นัดที่ 1) | |
| ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย |
7 มกราคม 2562–14 มิถุนายน 2562 | 7 | 2 | 1 | 4 | 28.0 | เอเชียนคัพ 2019 – รอบ 16 ทีม ไชนาคัพ 2019 – รองชนะเลิศ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 – อันดับ 4 | |
| อากิระ นิชิโนะ | 17 กรกฎาคม 2562–29 กรกฎาคม 2564 | 11 | 2 | 5 | 4 | 18.2 | ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย – รอบที่ 2 | |
| อาเลชังดรี ปอลกิง | 28 กันยายน 2564–22 พฤศจิกายน 2566 | 37 | 21 | 8 | 8 | 56.8 | ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2020 – ชนะเลิศ
ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 48 – อันดับ 3 | |
| มาซาตาดะ อิชิอิ | 22 พฤศจิกายน 2566 – 21 ตุลาคม 2568 | 30 | 16 | 6 | 8 | 53.3 | ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย – รอบที่ 2 เอเชียนคัพ 2023 – รอบ 16 ทีม ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 50 – ชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2024 – รองชนะเลิศ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 51 – รองชนะเลิศ | |
| แอนโทนี ฮัดสัน | 23 ตุลาคม 2568 – ปัจจุบัน | 3 | 3 | 0 | 0 | 100.0 | เอเชียนคัพ 2027 รอบคัดเลือก – ผ่านเข้ารอบสุดท้าย | |
การแข่งขัน
[แก้]
สถิติการแข่งขันแบบเฮดทูเฮด
[แก้]| ผลการแข่งขันเฮดทูเฮดของทีมชาติไทย | |||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ทีม | ตั้งแต่ | ถึง | ลงเล่น | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ต่าง | สมาพันธ์ | |
| 2015 | 2025 | 2 | 2 | 0 | 0 | 4 | 0 | +4 | AFC | ||
| 1982 | 2017 | 7 | 0 | 1 | 6 | 4 | 17 | −13 | AFC | ||
| 1980 | 2022 | 9 | 2 | 4 | 3 | 9 | 11 | −2 | AFC | ||
| 1973 | 2012 | 14 | 9 | 3 | 2 | 29 | 11 | +18 | AFC | ||
| 2017 | 2017 | 1 | 0 | 1 | 0 | 0 | 0 | 0 | UEFA | ||
| 2012 | 2012 | 1 | 1 | 0 | 0 | 5 | 0 | +5 | AFC | ||
| 2000 | 2000 | 1 | 0 | 0 | 1 | 0 | 7 | −7 | CONMEBOL | ||
| 1971 | 2022 | 8 | 7 | 1 | 0 | 38 | 5 | +33 | AFC | ||
| 1968 | 1996 | 2 | 0 | 0 | 2 | 0 | 13 | −13 | UEFA | ||
| 1957 | 2023 | 17 | 10 | 5 | 2 | 42 | 20 | +22 | AFC | ||
| 2015 | 2015 | 1 | 0 | 0 | 1 | 2 | 3 | −1 | CAF | ||
| 1975 | 2024 | 32 | 6 | 5 | 21 | 28 | 72 | −44 | AFC | ||
| 1963 | 2025 | 13 | 6 | 2 | 5 | 26 | 20 | +6 | AFC | ||
| 2019 | 2019 | 1 | 0 | 1 | 0 | 1 | 1 | 0 | CAF | ||
| 1968 | 1968 | 1 | 0 | 0 | 1 | 0 | 8 | −8 | UEFA | ||
| 2009 | 2010 | 2 | 0 | 1 | 1 | 2 | 5 | −3 | UEFA | ||
| 1998 | 1998 | 1 | 0 | 1 | 0 | 1 | 1 | 0 | CAF | ||
| 2000 | 2023 | 3 | 1 | 2 | 0 | 3 | 2 | +1 | UEFA | ||
| 2025 | 2025 | 1 | 1 | 0 | 0 | 3 | 0 | +3 | OFC | ||
| 1996 | 2013 | 5 | 3 | 1 | 1 | 12 | 6 | +6 | UEFA | ||
| 2018 | 2018 | 1 | 0 | 1 | 0 | 0 | 0 | 0 | CAF | ||
| 2023 | 2023 | 1 | 0 | 0 | 1 | 0 | 8 | −8 | UEFA | ||
| 2004 | 2004 | 1 | 0 | 0 | 1 | 1 | 5 | −4 | UEFA | ||
| 1982 | 1983 | 2 | 0 | 0 | 2 | 2 | 6 | −4 | CAF | ||
| 1968 | 1968 | 1 | 0 | 0 | 1 | 1 | 4 | −3 | CONCACAF | ||
| 1961 | 2023 | 27 | 10 | 6 | 11 | 40 | 33 | +7 | AFC | ||
| 1962 | 2025 | 25 | 11 | 7 | 7 | 38 | 29 | +9 | AFC | ||
| 1957 | 2022 | 72 | 34 | 20 | 18 | 128 | 85 | +43 | AFC | ||
| 1972 | 2013 | 14 | 0 | 3 | 11 | 5 | 32 | −27 | AFC | ||
| 1972 | 2025 | 19 | 2 | 6 | 11 | 20 | 48 | −28 | AFC | ||
| 1973 | 1973 | 1 | 0 | 0 | 1 | 0 | 6 | −6 | UEFA | ||
| 1962 | 2024 | 30 | 3 | 6 | 21 | 25 | 76 | −51 | AFC | ||
| 2004 | 2016 | 7 | 1 | 5 | 1 | 4 | 3 | +1 | AFC | ||
| 1998 | 2006 | 4 | 2 | 2 | 0 | 5 | 3 | +2 | UEFA | ||
| 1990 | 2017 | 2 | 2 | 0 | 0 | 3 | 1 | +2 | CAF | ||
| 1972 | 2014 | 12 | 4 | 1 | 7 | 18 | 30 | −12 | AFC | ||
| 2001 | 2024 | 2 | 2 | 0 | 0 | 5 | 1 | +4 | AFC | ||
| 1961 | 2024 | 15 | 12 | 2 | 1 | 51 | 16 | +35 | AFC | ||
| 2005 | 2005 | 1 | 0 | 1 | 0 | 1 | 1 | 0 | UEFA | ||
| 1998 | 2023 | 8 | 4 | 2 | 2 | 14 | 16 | −2 | AFC | ||
| 1984 | 1984 | 1 | 0 | 0 | 1 | 1 | 2 | −1 | CAF | ||
| 1977 | 1977 | 1 | 0 | 1 | 0 | 2 | 2 | 0 | CAF | ||
| 1981 | 1981 | 1 | 1 | 0 | 0 | 2 | 0 | +2 | UEFA | ||
| 1980 | 1980 | 1 | 0 | 0 | 1 | 0 | 1 | −1 | UEFA | ||
| 2007 | 2007 | 2 | 2 | 0 | 0 | 13 | 2 | +11 | AFC | ||
| 1959 | 2024 | 116 | 35 | 38 | 43 | 155 | 163 | −8 | AFC | ||
| 1996 | 2022 | 4 | 4 | 0 | 0 | 22 | 0 | +22 | AFC | ||
| 1981 | 1981 | 1 | 0 | 0 | 1 | 0 | 2 | −2 | UEFA | ||
| 1980 | 1980 | 1 | 0 | 0 | 1 | 1 | 2 | −1 | CAF | ||
| 1957 | 2022 | 50 | 22 | 14 | 14 | 99 | 62 | +37 | AFC | ||
| 1982 | 2022 | 4 | 4 | 0 | 0 | 14 | 1 | +13 | AFC | ||
| 2007 | 2007 | 1 | 0 | 0 | 1 | 1 | 3 | −2 | UEFA | ||
| 1976 | 2014 | 5 | 2 | 2 | 1 | 9 | 7 | +2 | OFC | ||
| 1983 | 1983 | 1 | 0 | 1 | 0 | 0 | 0 | 0 | CAF | ||
| 1997 | 1997 | 1 | 0 | 1 | 0 | 0 | 0 | 0 | UEFA | ||
| 1978 | 2017 | 20 | 5 | 4 | 11 | 18 | 32 | −14 | AFC | ||
| 1965 | 2012 | 2 | 0 | 0 | 2 | 0 | 8 | −8 | UEFA | ||
| 1986 | 2024 | 13 | 5 | 2 | 6 | 11 | 10 | 1 | AFC | ||
| 1960 | 2001 | 5 | 4 | 0 | 1 | 16 | 7 | +9 | AFC | ||
| 2011 | 2011 | 2 | 1 | 1 | 0 | 3 | 2 | +1 | AFC | ||
| 1984 | 1984 | 1 | 0 | 0 | 1 | 1 | 4 | −3 | OFC | ||
| 1971 | 2024 | 25 | 20 | 2 | 3 | 75 | 14 | +61 | AFC | ||
| 2010 | 2010 | 1 | 0 | 0 | 1 | 1 | 3 | −2 | UEFA | ||
| 1992 | 2016 | 11 | 4 | 3 | 4 | 15 | 15 | 0 | AFC | ||
| 1982 | 2024 | 17 | 1 | 2 | 14 | 9 | 42 | −33 | AFC | ||
| 1957 | 2024 | 69 | 40 | 18 | 11 | 121 | 70 | +51 | AFC | ||
| 2004 | 2018 | 2 | 0 | 1 | 1 | 3 | 4 | −1 | UEFA | ||
| 2010 | 2010 | 1 | 0 | 0 | 1 | 0 | 4 | −4 | CAF | ||
| 1961 | 2024 | 63 | 8 | 13 | 42 | 44 | 124 | −80 | AFC | ||
| 1979 | 2025 | 7 | 7 | 0 | 0 | 18 | 2 | +16 | AFC | ||
| 2022 | 2022 | 1 | 1 | 0 | 0 | 1 | 0 | +1 | CONCACAF | ||
| 1962 | 2003 | 5 | 0 | 1 | 4 | 4 | 13 | −9 | UEFA | ||
| 1978 | 2024 | 7 | 4 | 2 | 1 | 15 | 11 | +4 | AFC | ||
| 2003 | 2021 | 3 | 1 | 1 | 1 | 3 | 3 | 0 | AFC | ||
| 2004 | 2024 | 4 | 4 | 0 | 0 | 27 | 0 | +27 | AFC | ||
| 2003 | 2022 | 3 | 3 | 0 | 0 | 6 | 3 | +3 | CONCACAF | ||
| 1980 | 1980 | 1 | 0 | 0 | 1 | 0 | 2 | −2 | UEFA | ||
| 1998 | 2026 | 4 | 2 | 1 | 1 | 7 | 7 | 0 | AFC | ||
| 1986 | 2023 | 13 | 2 | 3 | 8 | 12 | 21 | −9 | AFC | ||
| 1987 | 1987 | 1 | 0 | 0 | 1 | 0 | 1 | −1 | CONCACAF | ||
| 2019 | 2019 | 1 | 0 | 0 | 1 | 0 | 4 | −4 | CONMEBOL | ||
| 1994 | 2024 | 11 | 6 | 0 | 5 | 23 | 20 | +3 | AFC | ||
| 1956 | 2025 | 59 | 22 | 12 | 25 | 80 | 86 | −6 | AFC | ||
| 1988 | 2007 | 6 | 2 | 4 | 0 | 9 | 5 | +4 | AFC | ||
| 79 ประเทศ | 1948 | 2026 | 884 | 345 | 202 | 337 | 1376 | 1303 | +73 | ทั้งหมด | |
| การแข่งขันนัดล่าสุด: | |||||||||||
ฟุตบอลโลก
[แก้]| ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย | ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก | |||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ปี | ผล | อันดับ | ลงเล่น | ชนะ | เสมอ* | แพ้ | ประตูได้ | ประตูเสีย | ลงเล่น | ชนะ | เสมอ* | แพ้ | ประตูได้ | ประตูเสีย |
| ไม่ได้เข้าร่วม | ไม่ได้คัดเลือก | |||||||||||||
| ไม่ผ่านเข้ารอบ | 4 | 0 | 0 | 4 | 0 | 13 | ||||||||
| 4 | 1 | 0 | 3 | 8 | 12 | |||||||||
| 3 | 0 | 1 | 2 | 3 | 13 | |||||||||
| 6 | 1 | 2 | 3 | 4 | 4 | |||||||||
| 6 | 1 | 0 | 5 | 2 | 14 | |||||||||
| 8 | 4 | 0 | 4 | 13 | 7 | |||||||||
| 4 | 1 | 1 | 2 | 5 | 6 | |||||||||
| 14 | 5 | 5 | 4 | 25 | 20 | |||||||||
| 6 | 2 | 1 | 3 | 9 | 10 | |||||||||
| 10 | 3 | 2 | 5 | 20 | 17 | |||||||||
| 8 | 2 | 2 | 4 | 7 | 10 | |||||||||
| 16 | 4 | 4 | 8 | 20 | 30 | |||||||||
| 8 | 2 | 3 | 3 | 9 | 9 | |||||||||
| 6 | 2 | 2 | 2 | 9 | 9 | |||||||||
| ยังไม่ถึงกำหนดแข่งขัน | - | - | - | - | - | - | - | |||||||
| ยังไม่ถึงกำหนดแข่งขัน | - | - | - | - | - | - | - | |||||||
| รวม | - | - | - | - | - | - | - | - | 103 | 28 | 23 | 52 | 134 | 174 |
โอลิมปิก
[แก้](ใช้ทีมชาติอายุไม่เกิน 23 ปีตั้งแต่ พ.ศ. 2535)
| สถิติในกีฬาโอลิมปิก | ||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ปี | รอบ | อันดับ | ลงเล่น | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้ | ประตูเสีย |
| ไม่เข้าร่วม | - | - | - | - | - | - | - | |
| รอบที่ 1 | 11/11 | 1 | 0 | 0 | 1 | 0 | 9 | |
| ไม่เข้าร่วม | - | - | - | - | - | - | - | |
| ไม่ผ่านเข้ารอบ | - | - | - | - | - | - | - | |
| รอบที่ 1 | 16/16 | 3 | 0 | 0 | 3 | 1 | 19 | |
| ไม่ผ่านเข้ารอบ | - | - | - | - | - | - | - | |
| รวม | 2/19 | - | 4 | 0 | 0 | 4 | 1 | 28 |


| เอเชียนคัพรอบสุดท้าย | เอเชียนคัพรอบคัดเลือก | |||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ปี | ผลการแข่งขัน | อันดับ | ลงเล่น | ชนะ | เสมอ* | แพ้ | ประตูได้ | ประตูเสีย | ลงเล่น | ชนะ | เสมอ* | แพ้ | ประตูได้ | ประตูเสีย |
| ไม่ได้เข้าร่วม | ||||||||||||||
| ไม่ผ่านรอบคัดเลือก | 3 | 0 | 1 | 2 | 4 | 9 | ||||||||
| ไม่ผ่านรอบคัดเลือก | 4 | 2 | 0 | 2 | 5 | 4 | ||||||||
| อันดับ 3 | 5 | 0 | 3 | 2 | 6 | 9 | 2 | 1 | 0 | 1 | 10 | 1 | ||
| ถอนทีมหลังจากผ่านรอบคัดเลือก | 4 | 3 | 0 | 1 | 8 | 2 | ||||||||
| ไม่ผ่านรอบคัดเลือก | 5 | 3 | 0 | 2 | 11 | 3 | ||||||||
| 5 | 3 | 0 | 2 | 9 | 10 | |||||||||
| 5 | 1 | 2 | 2 | 5 | 12 | |||||||||
| รอบที่ 1 | อันดับ 7 | 3 | 0 | 2 | 1 | 1 | 5 | 2 | 2 | 0 | 0 | 3 | 1 | |
| รอบที่ 1 | อันดับ 12 | 3 | 0 | 0 | 3 | 2 | 13 | 6 | 4 | 2 | 0 | 31 | 5 | |
| รอบที่ 1 | อันดับ 9 | 3 | 0 | 2 | 1 | 2 | 4 | 6 | 4 | 1 | 1 | 13 | 8 | |
| รอบที่ 1 | อันดับ 16 | 3 | 0 | 0 | 3 | 1 | 9 | 6 | 3 | 0 | 3 | 10 | 7 | |
| รอบที่ 1 | อันดับ 10 | 3 | 1 | 1 | 1 | 3 | 5 | เข้ารอบสุดท้ายในฐานะเจ้าภาพร่วม | ||||||
| ไม่ผ่านรอบคัดเลือก | 6 | 1 | 3 | 2 | 3 | 3 | ||||||||
| 6 | 0 | 0 | 6 | 7 | 21 | |||||||||
| รอบ 16 ทีม | อันดับ 14 | 4 | 1 | 1 | 2 | 4 | 7 | 6 | 4 | 2 | 0 | 14 | 6 | |
| รอบ 16 ทีม | อันดับ 13 | 4 | 1 | 2 | 1 | 3 | 2 | 10 | 4 | 3 | 3 | 14 | 9 | |
| ผ่านเข้ารอบสุดท้าย | 12 | 7 | 2 | 3 | 25 | 14 | ||||||||
| รวม | ดีที่สุด: อันดับ 3 | 28 | 3 | 11 | 14 | 22 | 54 | 93 | 46 | 16 | 31 | 180 | 120 | |
เอเชียนเกมส์
[แก้](ใช้ทีมชาติอายุไม่เกิน 23 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2545)
| เอเชียนเกมส์ | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ปี | รอบ | ลงเล่น | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้ | ประตูเสีย |
| 43 | 13 | 7 | 23 | 59 | 74
| ||
การแข่งขันนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อไทเกอร์คัพ, เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ, เอเอฟเอฟ มิตซูบิชิ อิเล็กทริค คัพ และ เอเอฟเอฟ อาเซียน ฮุนไดคัพ
| ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน | ||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เจ้าภาพ/ปี | รอบ | ลงเล่น | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ผลต่าง |
| 7 | 5 | 1 | 1 | 14 | 6 | +8 | ||
| 7 | 6 | 0 | 1 | 15 | 4 | +11 | ||
| รอบรองชนะเลิศ | 6 | 3 | 3 | 0 | 17 | 5 | +12 | |
| 8 | 6 | 2 | 0 | 18 | 3 | +15 | ||
| 8 | 5 | 2 | 1 | 19 | 5 | +14 | ||
| รองชนะเลิศ | 8 | 5 | 0 | 3 | 25 | 12 | +13 | |
ซีเกมส์
[แก้]ใช้ทีมชาติอายุไม่เกิน 23 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 2001 - ค.ศ. 2015 ใช้ทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 21 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 2017
| ซีเกมส์ | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เจ้าภาพ/ปี | รอบ | ลงเล่น | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ประตูได้ | ประตูเสีย |
| รองชนะเลิศ | 4 | 2 | 0 | 2 | 9 | 10 | |
| อันดับ 3 | 3 | 1 | 2 | 0 | 7 | 4 | |
| ชนะเลิศ | 3 | 2 | 1 | 0 | 6 | 3 | |
| อันดับ 3 | 4 | 2 | 0 | 2 | 9 | 8 | |
| รองชนะเลิศ | 3 | 1 | 1 | 1 | 4 | 4 | |
| อันดับ 3 | 5 | 1 | 2 | 2 | 7 | 8 | |
| รอบที่ 1 | 2 | 0 | 1 | 1 | 1 | 2 | |
| ชนะเลิศ | 3 | 1 | 2 | 0 | 5 | 4 | |
| รองชนะเลิศ | 4 | 1 | 1 | 2 | 3 | 6 | |
| อันดับ 3 | 5 | 2 | 2 | 1 | 6 | 5 | |
| ชนะเลิศ | 4 | 2 | 2 | 0 | 9 | 6 | |
| ชนะเลิศ | 5 | 3 | 1 | 1 | 10 | 4 | |
| 127 | 70 | 29 | 19 | 330 | 109 | ||
เกียรติยศอื่น ๆ
[แก้]- ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ (16 ครั้ง) : (พ.ศ. 2519, พ.ศ. 2522, พ.ศ. 2523, พ.ศ. 2524, พ.ศ. 2525, พ.ศ. 2527, พ.ศ. 2532, พ.ศ. 2533, พ.ศ. 2535, พ.ศ. 2537, พ.ศ. 2543, พ.ศ. 2549, พ.ศ. 2550, พ.ศ. 2559, พ.ศ. 2560, พ.ศ. 2567)
- ฟุตบอลสามเส้าที่ไต้หวัน : (พ.ศ. 2514)
- ฟุตบอลสี่เส้าอินโดจีน (กรุงเทพ) : (พ.ศ. 2532)
- บรูไนเกมส์ : (พ.ศ. 2533)
- อินดีเพนเดนต์คัพ (อินโดนีเซีย) : (พ.ศ. 2537)
- T&T Cup : (พ.ศ. 2549, พ.ศ. 2551)
- ภูเก็ตกะตะกรุ๊ปคัพ (การแข่งขันกระชับมิตรกับทีมสโมสร) : (พ.ศ. 2552)
สถิติ
[แก้]ติดทีมชาติสูงสุด
[แก้]- ณ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569
| ผู้เล่นติดทีมชาติสูงสุด | ||||
|---|---|---|---|---|
| # | ผู้เล่น | ลงเล่น | ประตู | ปีที่ลงเล่น |
| 1 | เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง | 134 | 71 | พ.ศ. 2536–2550 |
| 2 | ธีรศิลป์ แดงดา | 128 | 64 | พ.ศ. 2550–ปัจจุบัน |
| 3 | ธชตวัน ศรีปาน | 110 | 19 | พ.ศ. 2536–2552 |
| 4 | ธีราทร บุญมาทัน | 108 | 9 | พ.ศ. 2553–ปัจจุบัน |
| 5 | ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน | 100 | 70 | พ.ศ. 2524–2540 |
| ดัสกร ทองเหลา | 100 | 11 | พ.ศ. 2546–2560 | |
| 7 | ดุสิต เฉลิมแสน | 96 | 14 | พ.ศ. 2537–2547 |
| 8 | นิเวส ศิริวงศ์ | 90 | 3 | พ.ศ. 2538–2555 |
| 9 | นที ทองสุขแก้ว | 87 | 1 | พ.ศ. 2529–2543 |
| 10 | สุรชัย จตุรภัทรพงษ์ | 86 | 7 | พ.ศ. 2534–2545 |
| 11 | นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ | 85 | 28 | พ.ศ. 2510–2522 |
| อรรถพล บุษปาคม | 85 | 13 | พ.ศ. 2528–2541 | |
| 13 | วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์ | 84 | 29 | พ.ศ. 2528–2538 |
| สถิติปรับปรุงล่าสุดในนัดที่พบกับ ในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569 | ||||
ผู้ทำประตูสูงสุด
[แก้]| ผู้ทำประตูสูงสุด | |||||
|---|---|---|---|---|---|
| # | ผู้เล่น | ประตู | ลงเล่น | ปีที่ลงเล่น | ประตูเฉลี่ยต่อนัด |
| 1 | เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง | 71 | 134 | พ.ศ. 2536–2550 | 0.53 |
| 2 | ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน | 70 | 100 | พ.ศ. 2524–2540 | 0.70 |
| 3 | ธีรศิลป์ แดงดา | 64 | 128 | พ.ศ. 2550–ปัจจุบัน | 0.50 |
| 4 | ศรายุทธ ชัยคำดี | 31 | 49 | พ.ศ. 2546–2554 | 0.63 |
| 5 | วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์ | 29 | 84 | พ.ศ. 2528–2538 | 0.35 |
| 6 | ดาวยศ ดารา | 28 | 70 | พ.ศ. 2518–2529 | 0.40 |
| วรวุฒิ ศรีมะฆะ | 28 | 63 | พ.ศ. 2538–2546 | 0.44 | |
| นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ | 28 | 85 | พ.ศ. 2510–2522 | 0.33 | |
| 9 | เจษฎาภรณ์ ณ พัทลุง | 27 | 79 | พ.ศ. 2514–2524 | 0.34 |
| 10 | ชลอ หงษ์ขจร | 25 | 67 | พ.ศ. 2522–2530 | 0.37 |
| เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ | 25 | 55 | พ.ศ. 2538–2540 | 0.45 | |
| สุทธา สุดสะอาด | 25 | 51 | พ.ศ. 2521–2531 | 0.49 | |
| 13 | ประพนธ์ ตันติยานนท์ | 23 | 63 | พ.ศ. 2514–2523 | 0.37 |
| 14 | เทิดศักดิ์ ใจมั่น | 22 | 75 | พ.ศ. 2537–2554 | 0.29 |
| สถิติปรับปรุงล่าสุดในนัดที่พบกับ ในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569 | |||||
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "The FIFA/Coca-Cola Men's World Ranking". FIFA. 1 เมษายน 2026. สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2026.
- ↑ "Thailand matches, ratings and points exchanged". World Football Elo Ratings: Thailand. สืบค้นเมื่อ 24 November 2016.
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-10-28. สืบค้นเมื่อ 2021-05-19.
- ↑ https://www.siamfootball.com/index.php/2017-07-18-12-23-04/63-2017-07-30-11-28-45
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-01-06. สืบค้นเมื่อ 2021-05-19.
- ↑ https://www.bbc.com/thai/thailand-53399231
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-05-19. สืบค้นเมื่อ 2021-05-19.
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-01-06. สืบค้นเมื่อ 2021-05-19.
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-05-19. สืบค้นเมื่อ 2021-05-19.
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-05-19. สืบค้นเมื่อ 2021-05-19.
- ↑ ไทม์ไลน์อนาคต ทีมชาติไทย U20 ชุดแห่งความหวัง ข่าวจากสยามกีฬา
- ↑ "Asian Nations Cup 1992". www.rsssf.com.
- ↑ "The Dream Team Era". Charnpipop (ภาษาอังกฤษ). 2017-09-12.
- ↑ Wilson, Simon. "Flashback: 2000 ASEAN Football Championship". www.affsuzukicup.com (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-06-03. สืบค้นเมื่อ 2021-08-05.
- ↑ https://www.youtube.com/watch?v=9mtfgzVPMMM#t=56s
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-05-18. สืบค้นเมื่อ 2021-08-05.
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-05-18. สืบค้นเมื่อ 2021-08-05.
- ↑ https://hilight.kapook.com/view/25731
- ↑ "Bryan Robson to coach Thailand Bryan Robson has agreed to replace his former England team-mate Peter Reid as coach of Thailand". The Daily Telegraph. London. 23 September 2009. สืบค้นเมื่อ 27 April 2010.
- ↑ Singapore 1–3 Thailand: Sutee Suksomkit gives Bryan Robson crucial win
- ↑ "Bryan Robson resigns as Thailand manager". BBC Sport. 8 June 2011. สืบค้นเมื่อ 8 June 2011.
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-06-22. สืบค้นเมื่อ 2019-01-20.
- ↑ "จิงโจ้เฉือนไทย 2-1 ประเดิมคัดบอลโลก". Manger Online. 2 September 2011. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-11-05. สืบค้นเมื่อ 2 September 2011.
- ↑ "สรุปผล ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย". Siamsport.
{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "ชนะแต่ไม่เพียงพอ! สิ่งที่เห็นจากสแตนด์ราชมัง ไทย 3-1 สิงคโปร์". Siamsport.
{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "รู้จัก 23 ขุนพลช้างศึกกับภารกิจล่าแชมป์บอลถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ". Siamsport. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-06-13.
{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์) - ↑ "ตั้งโค้ชง้วน คุมทีมชาติชุดใหญ่ประเดิมคัดเอเชียนคัพบุกอิหร่าน". Thairath. 22 August 2013. สืบค้นเมื่อ 22 August 2013.
- ↑ https://news.thaipbs.or.th/content/261297
- ↑ https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_279818
- ↑ https://www.khaosod.co.th/sports/news_2053936
- ↑ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (7 มกราคม 2562). "ถ้อยแถลงของนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์". fathailand.org. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-01-07. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2562.
{{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน:|accessdate=(help) - ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-05-19. สืบค้นเมื่อ 2021-05-19.
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-06-22. สืบค้นเมื่อ 2019-01-20.
- ↑ เปิดสถิติ "นิชิโนะ" คุมทีมชาติไทยในเกมทางการก่อนถูก "ส.ฟุตบอล" ยุติสัญญา - ไทยรัฐ (29 กรกฎาคม 2564)
- ↑ Limited, Bangkok Post Public Company. "Polking appointed as national coach". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 2021-10-23.
- ↑ Limited, Bangkok Post Public Company. "Thailand to face Indonesia in Suzuki Cup final". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 2021-12-28.
- ↑ Limited, Bangkok Post Public Company. "Thailand capture sixth Suzuki Cup". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 2022-01-01.
- ↑ "Thai football fans go on a rant after national team's 8-0 drubbing in Georgia". nationthailand (ภาษาอังกฤษ). 2023-10-13.
- ↑ UEFA.com. "Georgia-Thailand | European Qualifiers 2024". UEFA.com (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "https://www.fifa.com/en/match-centre/match/520/288263/288267/400017241". www.fifa.com (ภาษาอังกฤษ).
{{cite web}}: แหล่งข้อมูลอื่นใน(help)|title= - ↑ "Loss to Uzbekistan ends Thailand's Asian Cup hopes". nationthailand (ภาษาอังกฤษ). 2024-01-31.
- ↑ Limited, Bangkok Post Public Company (2024-06-06). "Thailand draw 1-1 with China in World Cup qualifier". Bangkok Post (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2024-12-20.
- ↑ "Thailand's World Cup dream ends despite beating Singapore 3-1". CNA (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "ทีมชาติไทย คืนฟอร์ม! อัด ไชนีส ไทเป 2-0 ศึกคัดเอเชียนคัพ 2027". www.siamsport.co.th (ภาษาอังกฤษ). 2025-10-09. สืบค้นเมื่อ 2025-10-10.
- ↑ "ด่วน! สมาคมฟุตบอลฯ ปลด "อิชิอิ" พ้นกุนซือช้างศึก หลังแนวทางทำทีมไม่ตรงกัน". www.siamsport.co.th (ภาษาอังกฤษ). 2025-10-21. สืบค้นเมื่อ 2025-10-21.
- ↑ "ทีมชาติไทย เปิดตัว แอนโธนี ฮัดสัน ยอมรับทุกกระแสจากแฟนบอล". https://truevisions.co.th. 2025-10-23. สืบค้นเมื่อ 2025-10-25.
{{cite web}}: แหล่งข้อมูลอื่นใน(help)|website= - ↑ AFF, Editor (2012-10-19). "ASC2012: Thailand Go With Grand Sport". AFF - The Official Website Of The Asean Football Federation (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน).
{{cite web}}:|first=มีชื่อเรียกทั่วไป (help) - ↑ https://www.facebook.com/warrixofficial/photos/a.1620139491615372.1073741827.1620139098282078/1620139468282041/?type=3&theater
- ↑ https://football-tribe.com/thailand/2017/10/13/king-rama9-thailand/
- ↑ "Thailand 2018 Home and Away Kits Released". Footy Headlines.
- ↑ THAILAND, FA. "ฟีฟ่า อนุมัติโครงการ FIFA Forward 3.0 ให้สมาคมฯ ก่อสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ ครบวงจร". fathailand.org.
- ↑ "Thailand national football team: record v Singapore". www.11v11.com.
- ↑ "The Fall of Siam & the Lost Temples of Ayutthaya". Ex Utopia (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2013-01-25.
- ↑ Limited, Bangkok Post Public Company. "Confident Thailand take on Myanmar". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 2021-12-16.
- ↑ ธีรศิลป์คัมแบ็ก! ฮัดสันประกาศ 23 แข้งทีมชาติไทย ดึงเอราวัณ-ธีรภัทรติดชุดใหญ่ครั้งแรก
- ↑ ฮัดสัน เรียกตัวโจนาธาร เสียบแทนพรรษาเดี้ยง เตรียมทัพชี้ชะตาเติร์กเมนิสถาน
- ↑ "2010 AFF Championship squads", Wikipedia (ภาษาอังกฤษ), 2025-01-02, สืบค้นเมื่อ 2025-03-02
- ↑ "2000 AFF Championship squads", Wikipedia (ภาษาอังกฤษ), 2025-08-11, สืบค้นเมื่อ 2025-11-21
- 1 2 Roberto Mamrud. "Thailand – Record International Players". RSSSF. สืบค้นเมื่อ 6 กรกฎาคม 2559.
{{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน:|accessdate=(help)
ดูเพิ่ม
[แก้]แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เก็บถาวร 2019-06-22 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- Thai Football.com เก็บถาวร 2007-01-24 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- หน้าเว็บทีมชาติไทยใน Fifa.com

